×

หนุ่มฉีดพิษงูเข้าเส้นมานานร่วม 30 ปี ร่างกายแกร่งเกินต้าน ไม่เคยเป็นหวัดมา 15 ปี

หนุ่มฉีดพิษงูเข้าเส้นมานานร่วม 30 ปี ร่างกายแกร่งเกินต้าน ไม่เคยเป็นหวัดมา 15 ปี

    พบกับชายผู้ฉีดพิษงูเข้าสู่ร่างกายตัวเองมานานถึง 30 ปี เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน จนเคยเกือบเสียชีวิตเพราะพิษงูมาแล้ว เผยตลอด 15 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเป็นหวัด ขณะที่ทางนักวิทย์ฯ กำลังทดสอบจากตัวเขา เพื่อพัฒนาเซรุ่ม และหากสำเร็จจะนับเป็นครั้งแรกที่มีเซรุ่มต้านพิษงูจากมนุษย์

    เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 สำนักข่าวบีบีซี เผยรายงานเรื่องราวของ สตีฟ ลุดวิน ชายนักดนตรีชาวอังกฤษ วัย 51 ปี จากกรุงลอน ผู้ที่ได้ทำการฉีดพิษงูเข้าสู่ร่างกายด้วยตัวเอง มาเป็นเวลานานถึง 30 ปี โดยลุดวินได้ฉีดพิษงูหลายชนิดเข้ากระแสเลือด รวมถึงงูชนิดที่อันตรายที่สุดในโลก อาทิ งูแบล็คแมมบา และงูเห่า โดยเจ้าตัวเชื่อว่ามันทำให้ภูมิคุ้มกัน ในร่างกายของเขาแข็งแรง อีกทั้งยังเผยว่า ตลอด 15 ปีที่ผ่านมานั้น ตนไม่เคยเป็นหวัดเลย

    อย่างไรก็ตาม การฉีดพิษงูเช่นนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง และที่สำคัญมันเคยเกือบคร่าชีวิตของลุดวินมาแล้วหลายครั้งด้วยกัน จากภาวะร่างกายได้รับสารพิษเกินขนาด จนสุดท้ายครั้งหนึ่ง เขาต้องพาตัวเองไปจบที่ห้องไอซียูของโรงพยาบาลนาน 3 วัน

    “มันเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างมาก และไม่ขอแนะนำให้ผู้คนทำตามอย่างเด็ดขาด การฉีดพิษงูเข้าร่างกายนั้นเจ็บแสนสาหัส” ลุดวิน กล่าว

    ทั้งนี้ทั้งนั้น พฤติกรรมของลุดวิน อาจจะนำมาซึ่งประโยชน์มหาศาล ที่จะสามารถช่วยชีวิตผู้คนจำนวนมากได้ โดยขณะนี้ ทางด้านทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก กำลังทดสอบเซรุ่มต้านพิษงูจากการตอบสนองของภูมิคุ้มกันของร่างกายลุดวิน โดยศึกษาสารแอนติบอดีในเลือดของเขา เพื่อพัฒนาเซรุ่มพิษงู ซึ่งหากการทดลองสำเร็จ จะนับเป็นครั้งแรกที่มีเซรุ่มต้านพิษงูจากมนุษย์ จากปกติที่สกัดจากสัตว์ โดยทั่วไปเป็น ม้า ซึ่งมีราคาแพง ทำให้ค่ารักษาพยาบาลมีราคาที่สูง

    ความคาดหวังของการทดลองครั้งนี้ หากประสบความสำเร็จ จะเป็นการลดต้นทุนทางการแพทย์ได้จำนวนมาก ทำให้การรักษาสามารถกระจายไปในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วโลก ซึ่งมีผู้คนถูกงูกัดทุกวันและเสียชีวิตทุกวัน โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก เผยว่า ในทุก ๆ ปี มีผู้คนทั่วโลกราว 5.4 ล้านคนถูกงูกัด และประมาณ 81,000-138,000 คน เสียชีวิต

ขอบคุณภาพจาก ภาพจาก NIKLAS HALLE’N / AFP
ข้อมูลจาก yahoo.com, phys.org

ที่มา https://hilight.kapook.com/view/164210

Share this content: