×

หวั่นวิกฤติสิ่งแวดล้อม หลังเรือน้ำมันอิหร่านจมทะเลจีนตอ.

หวั่นวิกฤติสิ่งแวดล้อม หลังเรือน้ำมันอิหร่านจมทะเลจีนตอ.

รือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านที่เกิดไฟโหมลุกไหม้มานานกว่า 1 สัปดาห์ หลังชนกับเรือบรรทุกสินค้ากลางทะเลจีนตะวันออก อับปางลงสู่ก้นทะเลแล้ว ท่ามกลางความหวาดกลัวของทุกฝ่ายในเรื่องความเสียหายต่อระบบนิเวศในบริเวณนั้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2561 โดยอ้างจากรายงานของสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน ( ซีซีทีวี ) ว่าเรือบรรทุกน้ำมัน “ซานจี” ของอิหร่านซึ่งจดทะเบียนในปานามา และเกิดไฟลุกไหม้อย่างหนักหลังชนเข้ากับเรือบรรทุกสินค้า “ซีเอฟ คริสตัล” ของฮ่องกง กลางทะเลจีนตะวันออก ห่างจากชายฝั่งนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นเมืองท่าตั้งอยู่ริมชายฝั่งทางตะวันออกของจีนราว 160 ไมล์ทะเล เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ระเบิดและจมลงสู่ก้นทะเล เมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหมายความว่า “หมดความหวัง” ในการค้นพบผู้สูญหายอีก 29 คนจากโศกนาฏกรรมดังกล่าว หลังหน่วยกู้ภัยสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากบริเวณเรือได้อีก 2 ศพ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมกล่องบันทึกข้อมูลการเดินเรือ ( วีดีอาร์ ) ทั้งนี้ เรือซานจีซึ่งเป็นของบริษัทบรรทุกน้ำมันแห่งชาติของอิหร่าน ( เอ็นไอทีซี ) อยู่ระหว่างนำสินค้าเป็นน้ำดิบค่อนข้างเหลวหรือ “น้ำมันเบา” เกือบ 1 ล้านบาร์เรล ไปส่งที่เกาหลีใต้ มีลูกเรือ 32 คน แบ่งเป็นชาวอิหร่าน 30 คน และชาวบังกลาเทศ 2 คน ส่วนลูกเรือซีเอฟ คริสตัล ซึ่งมีอยู่ 21 คนและเป็นชาวจีนทั้งหมด ไม่ได้รับอันตรายและได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งครบแล้ว โดยเรือซีเอฟ คริสตัล อยู่ระหว่างการบรรทุกเมล็ดธัญพืชมีน้ำหนักรวมประมาณ 64,000 ตัน จากสหรัฐไปส่งที่มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน

อย่างไรก็ตาม การระเบิดและจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลของเรือซานจีที่ยังคงมีเปลวเพลิงและกลุ่มควันหนาทึบลอยขึ้นมา ยิ่งเพิ่มความวิตกกังวลให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเรื่องวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมในทะเลจีนตะวันออก เนื่องจากมีน้ำมันรั่วไหลออกมาอย่างต่อเนื่องจากตัวเรือตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นระยะทางไกลระหว่าง 1 ถึง  4 ไมล์ทะเล โดยการอับปางของเรือซานจีก่อให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันลงสู่ทะเลเป็นประมาณมากที่สุดในรอบ 27 ปี หรือนับตั้งแต่เรือบรรทุกน้ำมัน “เอบีที ซัมเมอร์” ของเนเธอร์แลนด์แต่จดทะเบียนในไลบีเรีย อับปางนอกชายฝั่งแองโกลา เมื่อเดือนพ.ค. 2534 ส่งผลให้มีน้ำมันรั่วไหลออกมามากถึง 1.85 ล้านบาร์เรล

ขอขอบคุณที่มา https://www.dailynews.co.th/foreign/621615

Share this content: